เต่ามะเฟือง เป็นเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 18 ของไทย มีความเป็นมาที่น่าทึ่งในฐานะ "นักเดินทางแห่งมหาสมุทร"
- บรรพบุรุษจากยุคไดโนเสาร์
เต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีวิวัฒนาการแยกออกมาจากเต่าทะเลชนิดอื่นเมื่อกว่า 100 ล้านปีก่อน รูปร่างหน้าตาของมันแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยนับจากยุคนั้น ทำให้มันถูกเรียกว่าเป็น "ซากดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิต"
- ที่มาของชื่อ "มะเฟือง"
ชื่อของมันเรียกตามลักษณะของ กระดอง ที่แตกต่างจากเต่าชนิดอื่นอย่างชัดเจน
* กระดองไม่ใช่กระดูกแข็ง: กระดองของเต่ามะเฟืองเป็นแผ่นหนังหนานุ่มสีดำ (คล้ายยางรถยนต์)
* เป็นสันแนวยาว: มีสันนูนขึ้นมาตามยาวทั้งหมด 7 สัน ดูคล้ายกับผลของ "มะเฟือง" จึงเป็นที่มาของชื่อในภาษาไทย
- ลักษณะเด่นและความสามารถพิเศษ
* ยักษ์ใหญ่แห่งทะเล: ตัวเต็มวัยมีความยาวได้ถึง 2 เมตร และน้ำหนักอาจมากถึง 600-900 กิโลกรัม
* นักดำน้ำลึก: สามารถดำน้ำได้ลึกกว่า 1,000 เมตร เพื่อไปกินแมงกะพรุน (อาหารโปรด) โดยที่ร่างกายสามารถทนต่อแรงกดดันและอุณหภูมิที่เย็นจัดได้
* นักเดินทางไกล: เป็นเต่าที่เดินทางไกลที่สุดในโลก โดยว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรจากแหล่งหากินไปยังแหล่งวางไข่เป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร
* ไม่มีฟัน: ในปากไม่มีฟันแข็งๆ แต่มีลักษณะเป็นหนามแหลมๆ หันลงไปทางคอเพื่อช่วยยึดแมงกะพรุนที่ไม่ให้หลุดออกมา
- สถานะปัจจุบัน
* สัตว์ป่าสงวน: ได้รับการประกาศให้เป็น สัตว์ป่าสงวน ของไทยในปี พ.ศ. 2562 เนื่องจากจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างวิกฤต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
* สถานการณ์ปี 2026: แม้จะมีความพยายามอนุรักษ์อย่างเข้มงวด แต่เต่ามะเฟืองยังเผชิญความเสี่ยงสูง ภัยคุกคามหลักคือ:
* ขยะพลาสติก: เต่ามะเฟืองมักเข้าใจผิดว่า "ถุงพลาสติก" คือ "แมงกะพรุน" เมื่อกินเข้าไปจะทำให้ลำไส้อุดตันและตายในที่สุด
* เครื่องมือประมง: การติดเบ็ดหรืออวนโดยไม่ตั้งใจ
* การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: อุณหภูมิของทรายที่ร้อนขึ้นส่งผลต่อเพศของลูกเต่า (ถ้าทรายร้อนลูกที่เกิดมาจะเป็นตัวเมียทั้งหมด ทำให้ขาดความสมดุล)