กลับหน้า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
🌿 เลือกชมข้อมูลเชิงลึกของสัตว์ชนิดนี้ได้เลยด้านล่าง 👇✨

วาฬสีน้ำเงิน

Balaenoptera musculus
✻ ✻ ✻
📜 ความเป็นมา 📜
วาฬสีน้ำเงิน (Blue Whale) คือสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมาบนโลกใบนี้ และเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดลำดับที่ 21 ในบัญชี สัตว์ป่าสงวน ของประเทศไทย (ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2567) โดยมีความเป็นมาที่น่าทึ่ง
- ยักษ์ใหญ่ผู้ครองสถิติโลก
วาฬสีน้ำเงินมีวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกเมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน และขยายขนาดตัวให้ใหญ่ยักษ์เพื่อปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในมหาสมุทร:
* ขนาด: ตัวเต็มวัยมีความยาวได้ถึง 30 เมตร (เท่ากับรถบัส 3 คันต่อกัน)
* น้ำหนัก: หนักได้ถึง 180-200 ตัน (เท่ากับช้างประมาณ 30-40 เชือก)
* อวัยวะ: ลิ้นของมันหนักเท่ากับช้างหนึ่งเชือก และหัวใจของมันมีขนาดเท่ากับรถกอล์ฟหนึ่งคัน
- ที่มาของชื่อ "สีน้ำเงิน"
แม้ชื่อจะบอกว่าสีน้ำเงิน แต่จริงๆ แล้วลำตัวของมันมีสี เทาอมฟ้า ที่มีลวดลายเป็นจ้ำๆ ทั่วตัว แต่เมื่อมองผ่านน้ำทะเลที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ลำตัวของมันจะปรากฏเป็นสีน้ำเงินเข้มที่สวยงามมาก จึงเป็นที่มาของชื่อในภาษาอังกฤษว่า Blue Whale
- ลักษณะเด่น
* ซี่กรองอาหาร: วาฬสีน้ำเงินไม่มีฟัน แต่มี "แผ่นซี่กรอง" ขนาดใหญ่ที่เพดานปาก ใช้กรองกิน "เคย" (สัตว์ตัวจิ๋วคล้ายกุ้ง) เป็นอาหารหลัก โดยในแต่ละวันมันสามารถกินเคยได้มากถึง 4 ตัน
* เสียงที่ดังที่สุดในโลก: วาฬสีน้ำเงินส่งเสียงสื่อสารกันด้วยความถี่ต่ำที่ดังมากถึง 188 เดซิเบล (ดังกว่าเครื่องบินเจ็ท) ซึ่งเสียงนี้สามารถเดินทางใต้น้ำไปได้ไกลนับร้อยกิโลเมตร
* พ่นน้ำสูง: เมื่อมันขึ้นมาหายใจ จะพ่นละอองน้ำออกมาจากช่องหายใจได้สูงถึง 9-12 เมตร
- สถานะในประเทศไทย
ในอดีตเราเชื่อว่าวาฬสีน้ำเงินเป็นวาฬในเขตหนาวและไม่ค่อยพบในไทย
* การพบเห็น: มีรายงานการพบวาฬสีน้ำเงินในน่านน้ำไทยบ่อยขึ้น โดยเฉพาะทาง ฝั่งทะเลอันดามัน เช่น บริเวณใกล้หมู่เกาะสิมิลัน และเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต
* ประกาศเป็นสัตว์ป่าสงวน: เพื่อยกระดับการคุ้มครองตามกฎหมายให้สูงที่สุด เนื่องจากมันเป็นสัตว์หายากระดับโลกที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
📍 ถิ่นที่อยู่
วาฬสีน้ำเงินอาศัยอยู่ทุกมหาสมุทรทั่วโลกยกเว้นมหาสมุทรอาร์กติก
🌿 อาหาร
อาหารหลักของวาฬสีน้ำเงินคือ คริลล์ (Krill) ซึ่งเป็นสัตว์จำพวกกุ้งขนาดเล็กที่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ในมหาสมุทร ซึ่งวาฬสีน้ำเงินตัวใหญ่อาจกินคริลล์ได้ถึง 4-10 ตันต่อวัน.
ปัจจัยคุกคาม
- การชนกับเรือ (Ship Strikes): เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่และเรือที่แล่นเร็วเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ทำให้วาฬบาดเจ็บหรือตายได้ โดยเฉพาะในเส้นทางเดินเรือหนาแน่น.
- การติดเครื่องมือประมง (Entanglement): การติดในอวน, สายเบ็ด, และเชือกที่ทิ้งในทะเล ทำให้วาฬบาดเจ็บ, ขาดอาหาร, ติดเชื้อ, และตายได้.
- มลพิษทางเสียง (Ocean Noise): เสียงจากเรือ, โซนาร์, การสำรวจ ทำให้วาฬสับสนในการนำทางและการสื่อสาร.
- มลพิษทางทะเล (Pollution): สารเคมี, ขยะพลาสติกสะสมในร่างกาย ส่งผลเสียต่อสุขภาพ.
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change): ทำให้อุณหภูมิและระดับความเค็มของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงกระทบต่อปริมาณและความพร้อมของ "คริลล์" (อาหารหลัก) และรูปแบบการอพยพของวาฬ.
- การเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat Degradation): ผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ ในมหาสมุทร.
กฎหมายและบทลงโทษ
วาฬสีน้ำเงินในไทยได้รับการยกระดับเป็น "สัตว์ป่าสงวน" ตาม พ.ร.ฎ.กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน พ.ศ. 2567 ทำให้มีกฎหมายคุ้มครองเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครองโดยเด็ดขาด และมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับสูงสุด 1.5 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ.