แรดชวา (Javan Rhinoceros) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก สำหรับประเทศไทย แรดชวาถือเป็นสัตว์ที่มีความเป็นมาที่น่าสนใจและน่าใจหายไปพร้อมๆ กัน ดังนี้:
- การกระจายพันธุ์ในอดีต
ในอดีต แรดชวาเคยมีอยู่ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ประเทศอินเดีย เมียนมา ไทย ลาว เวียดนาม ไปจนถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย พวกมันมักอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ หรือตามป่าทึบริมชายฝั่งทะเล
- สถานะในประเทศไทย
* อดีต: ประเทศไทยเคยเป็นถิ่นอาศัยสำคัญของแรดชวา มีหลักฐานการพบโครงกระดูกและซากที่ยืนยันว่าพวกมันเคยอาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเล เช่น ที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด และกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
* ปัจจุบัน (ค.ศ. 2026): แรดชวาถูกประกาศให้เป็น สัตว์ป่าสงวน ของไทย แต่สถานะในธรรมชาติคือ สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว (Extinct in Thailand) โดยไม่มีรายงานการพบตัวเป็นๆ ในป่าไทยมานานกว่า 100 ปี
- ทำไมแรดชวาถึงหายไป
สาเหตุหลักที่ทำให้แรดชวาสูญพันธุ์ไปจากหลายพื้นที่ รวมถึงไทย คือ:
* การล่า: ถูกล่าเพื่อเอา "นอ" ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดมืดเพื่อใช้ทำยาตามความเชื่อโบราณ
* การสูญเสียที่อยู่อาศัย: การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรมและการทำลายป่าทำให้พวกมันไม่มีที่อยู่อาศัย
* จำนวนประชากรน้อยเกินไป: เมื่อเหลือประชากรน้อยมาก พวกมันจึงเสี่ยงต่อการผสมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกัน (Inbreeding) และโรคระบาด
- ลักษณะเด่น
* นอเดียว: แรดชวามีนอเพียงอันเดียว (ต่างจากแรดแอฟริกาที่มี 2 นอ)
* ผิวหนังคล้ายชุดเกราะ: ผิวหนังมีรอยพับลึกดูเหมือนสวมเกราะอยู่รอบตัว
* ขนาด: ตัวเล็กกว่าแรดอินเดียเล็กน้อย แต่ยังถือเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักได้ถึง 900 - 2,300 กิโลกรัม
- ความหวังสุดท้ายของโลก (อัปเดต 2026)
ปัจจุบันแรดชวาเหลือรอดอยู่ในธรรมชาติเพียงแห่งเดียวในโลก คือที่ อุทยานแห่งชาติอูจุงกูลน (Ujung Kulon National Park) บนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีประชากรเหลืออยู่เพียงประมาณ 80-100 ตัว เท่านั้น (ข้อมูลประมาณการปี 2025-2026) ซึ่งถือเป็นสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered)