เก้งหม้อ (Fea's Barking Deer) เป็นสัตว์จำพวกกวางที่หายากและลึกลับที่สุดชนิดหนึ่งในประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาและลักษณะที่แตกต่างจากเก้งธรรมดาอย่างชัดเจน ดังนี้:
การค้นพบและความเป็นมา
คำว่า "หม้อ" ในภาษาไทยมักใช้เรียกสิ่งที่มีสีดำหรือเข้มจัด (เหมือนก้นหม้อที่โดนเขม่าไฟ) ซึ่งเรียกตามลักษณะสีขนของมันที่มีสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำนั่นเอง
- ลักษณะเด่น (ต่างจากเก้งธรรมดาอย่างไร?)
เก้งหม้อมีจุดสังเกตที่ชัดเจน 3 อย่าง
* สีขน: ลำตัวสีน้ำตาลเข้มจัด แต่บริเวณส่วนหัวและใบหน้าจะมีขนสีเหลืองทองหรือสีส้มสว่าง ตัดกับสีลำตัวชัดเจน
* หางสั้นและดำ: หางของเก้งหม้อจะสั้นมาก และด้านบนของหางเป็นสีดำสนิท (เก้งธรรมดาหางจะยาวกว่าและด้านล่างเป็นสีขาว)
* กีบเท้า: มีกีบเท้าที่แข็งแรงและแหลมคม พัฒนามาเพื่อการปีนป่ายตามไหล่เขาและพื้นที่ขรุขระได้ดีกว่าเก้งทั่วไป
- สถานะปัจจุบัน
* หายากระดับโลก: เป็นสัตว์ที่พบได้เพียงไม่กี่แห่งในโลก (ไทยและเมียนมาเท่านั้น) และหาตัวยากมากในธรรมชาติเนื่องจากนิสัยที่ขี้อายและชอบอยู่ในป่าทึบ
* ภัยคุกคาม: ปัญหาหลักคือการสูญเสียพื้นที่ป่าดิบชื้น และการถูกล่าเพื่อเอาเนื้อหรือเขา ซึ่งความเชื่อผิดๆ ว่าเลือดหรือเขามีสรรพคุณทางยา
- พฤติกรรมที่น่าสนใจ
* เสียงเห่า: เช่นเดียวกับเก้งชนิดอื่น เก้งหม้อจะส่งเสียงร้องดังคล้ายเสียงสุนัขเห่า (Barking) เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย เพื่อเตือนภัยให้ตัวอื่นๆ ในป่า
* หากินลำพัง: มักอาศัยและหากินตัวเดียวตามพุ่มไม้ทึบ กินใบไม้ ผลไม้ป่า และหน่อไม้เป็นอาหารหลัก