กลับหน้า สัตว์ปีก
🌿 เลือกชมข้อมูลเชิงลึกของสัตว์ชนิดนี้ได้เลยด้านล่าง 👇✨

นกกระเรียนพันธุ์ไทย

Antigone antigone
✻ ✻ ✻
📜 ความเป็นมา 📜
นกกระเรียนพันธุ์ไทย เป็นนกบินได้ที่มีความสูงที่สุดในโลก และเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 10 ของไทย มีประวัติความเป็นมาที่น่าทึ่งมาก เพราะเคย "สูญพันธุ์ไปจากป่าไทย" แล้ว แต่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ด้วยความร่วมมือของมนุษย์
- ลักษณะเด่น
* ตัวสูงใหญ่: เมื่อยืนจะสูงถึง 150-180 เซนติเมตร (เกือบเท่าความสูงมนุษย์)
* สีสัน: ลำตัวสีเทาจาง แต่มีลักษณะเด่นคือ "หัวและคอตอนบนเป็นสีแดงสด" ไม่มีขน
* นกผัวเดียวเมียเดียว: มีพฤติกรรมจับคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต และมักจะเต้นระบำเกี้ยวพาราสีกันอย่างสวยงาม
* เสียงร้อง: ร้องเสียงดังมากคล้ายเสียงแตร แผดก้องไปไกล
- การสูญพันธุ์จากป่าไทย (อดีต)
* ในอดีต นกกระเรียนพันธุ์ไทยเคยมีอยู่ทั่วไปตามที่ราบลุ่มและพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศ
* อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนกชนิดนี้ทำรังวางไข่บนพื้นดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ เมื่อพื้นที่เหล่านั้นถูกเปลี่ยนเป็นนาข้าวและชุมชน ประกอบกับการถูกล่า ทำให้นกกระเรียนพันธุ์ไทย หายสาบสูญไปจากธรรมชาติของไทยนานกว่า 50 ปี (ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2500) จนถูกประกาศให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
ประวัติของนกชนิดนี้กลับมามีความหวังอีกครั้งจากความร่วมมือระหว่าง องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆ:
* การปล่อยคืนป่า: เริ่มปล่อยนกกระเรียนชุดแรกกลับคืนสู่ธรรมชาติเมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหมาะสม
* ความสำเร็จ: นกที่ปล่อยสามารถปรับตัวและ "ออกลูกในธรรมชาติได้เอง" เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
- สถานะปัจจุบัน
* ประชากรในป่า: มีนกกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ในธรรมชาติที่จังหวัดบุรีรัมย์มากกว่า 150-200 ตัว และมีการกระจายไปยังพื้นที่ใกล้เคียง
* การอยู่ร่วมกับชุมชน: นกชนิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะพวกมันจะอาศัยอยู่ในนาข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีเท่านั้น ชาวนาในพื้นที่จึงหันมาทำนาอินทรีย์เพื่ออนุรักษ์นก
📍 ถิ่นที่อยู่
แหล่งที่อยู่อาศัยหลักของนกกระเรียนพันธุ์ไทยในปัจจุบันคือ พื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำสนามบิน จังหวัดบุรีรัมย์
🌿 อาหาร
อาหารของนกกระเรียนพันธุ์ไทยมีความหลากหลาย กินได้ทั้งพืชและสัตว์ เช่น เมล็ดพืช (ข้าว, ถั่วลิสง, ธัญพืชต่างๆ), พืชน้ำ (หัวและหน่อพืชน้ำ), แมลง (ตั๊กแตน), สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (กบ, เขียด), สัตว์น้ำ (ปลา, หอย, ปู, กุ้ง), สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก (งูน้ำ, จิ้งเหลน) และบางครั้งอาจกินไข่นกอื่น.
ปัจจัยคุกคาม
- การทำลายถิ่นที่อยู่: การขยายตัวของเมืองและการเกษตรทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นแหล่งหากินและทำรังลดลง.
- การใช้สารเคมี: สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการเกษตรทำให้แหล่งน้ำและอาหารปนเปื้อน.
- การล่าและการดักจับ: การล่าโดยตรงและการถูกดักจับโดยเครื่องมือประมง
- โครงสร้างของมนุษย์: สายไฟฟ้าแรงสูงและรั้วลวดหนามสร้างอันตรายถึงชีวิต.
- การรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น: ทั้งพืชและสัตว์ต่างถิ่นที่รุกรานเข้ามาแย่งทรัพยากร.
- โรคระบาด: การระบาดของโรค เช่น ไข้หวัดนก เป็นภัยคุกคามทางสุขภาพ.
- การรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์: การพัฒนาแหล่งน้ำและการทำประมงในพื้นที่ใกล้เคียง.
- การเก็บไข่และลูกนก: ไข่และลูกนกมักถูกทำลายหรือนำออกจากรังโดยมนุษย์และสัตว์อื่น.
กฎหมายและบทลงโทษ
นกกระเรียนพันธุ์ไทยเป็น สัตว์ป่าสงวน ตาม {พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562} ห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาต มีโทษรุนแรงถึงจำคุก 3-15 ปี หรือปรับ 300,000-1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนการล่า การค้า การครอบครอง หรือการทำอันตราย มีโทษตามกฎหมาย ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงกว่าเดิมมาก เพื่อปกป้องชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งยวด.